username :
password :
 
ลืมรหัสผ่านคลิ๊ก  |  สมาชิกใหม่
เว็บทั่วโลก
เว็บสำเร็จ
»  น้ำตา จะให้คุณก็แค่ความเห็นอกเห็นใจ แต่เหงื่อ จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ
»  ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองกำลังจะแพ้ทำยังไงก็ได้ให้ล้มลงอย่างสง่าที่สุด
»  ความสำเร็จของคนไม่ได้เกิดจากสวรรค์กับโชคชะตาแต่เกิดจากการฝึกฝน
»  รอยเท้าแรกบนดวงจันทร์ไม่ใช่ของมนุษย์แต่เป็นรอยเท้าแห่งจินตนาการ
»  ความจริงอาจจะถูกติเตียน...แต่ไม่เคยถูกทำให้น่าละอาย
คุณคิดว่า AEC เหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่
ไม่เหมาะสม
เหมาะสม
ดูโพลทั้งหมด >>>
น้ำท่วมเมืองไม่ท่วมน้ำใจ...กรุงไทยแอกซ่า “สายฝน” บุคคลคุณภาพแห่งปี 2011 สายฝน สัจจศิลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท กรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิต จำกัด

“เรายังคงมุ่งมั่นในเป้าหมายเดิม เพียงแต่ตอนนี้เรามาโฟกัสเรื่องช่วยเหลือลูกค้า
ตัวแทนและพนักงานที่ประสบภัยมากกว่า สำหรับลูกค้าที่โดนผลกระทบ
เราให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าที่  กรมธรรม์กำลังหมดอายุ
สัญญาจะต้องต่อช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน
เราจะขยายระยะผ่อนผันให้จาก 31 วัน เป็น 91 วัน (1 เดือนเป็น 3 เดือน)
ลูกค้าสามารถที่จะดูแลตัวเองและครอบครัวโดยทิ้งความกังวล
เรื่องการส่งเบี้ยไว้ได้ถึง 3 เดือน จากนั้นค่อยมาส่งเบี้ยตามปกติ”

จากสถานการณ์ที่ประชาชนชาวไทยบางส่วนกำลังประสบปัญหาอุทกภัยได้รับความเดือดร้อน ที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินเกิดความเสียหาย จึงทำให้พบเห็นข่าวสารที่เหล่าองค์กรหรือ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนออกมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย
 ซึ่ง“ธุรกิจประกันชีวิต” ก็คืออีกหนึ่งธุรกิจที่ยื่นมือออกมาให้ความ    ช่วยเหลือแก่เหล่าประชาชนผู้ประสบภัยเช่นกัน ซึ่งเส้นทางนักขายฉบับนี้ก็ได้รับเกียรติจากผู้บริหารสาวมากความสามารถ “คุณสายฝน สัจจศิลา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด ตัวแทน “บริษัท กรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิต จำกัด” มาบอกเล่าความเคลื่อนไหวและมาตราการช่วยเหลือลูกค้า พนักงานหรือตัวแทนฝ่ายขายที่ประสบปัญหาอุทกภัยไว้อย่างไร

แต่ก่อนอื่น “เส้นทางนักขาย” ต้อง ร่วมแสดงความยินดีกับ “คุณสายฝน”  ที่พึ่งได้รับ “รางวัลบุคคลตัวอย่างในภาคธุรกิจประกันและประกันชีวิต” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบโดยมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) เป็นรางวัลที่มอบภายใต้โครงการบุคคลคุณภาพแห่งปี เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลที่ทำงานในภาคธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต และได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาเป็นระยะเวลานาน

“ด้วยความที่เป็นคนชื่นชอบการทำกิจกรรมและได้มีโอกาสมาทำงานในองค์กรที่สนับสนุนทั้งเรื่องธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือสังคม โดยธรรมชาติของธุรกิจนี้บวกกับบริษัทแอกซ่าของฝรั่งเศสและของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มี นโยบายในเรื่องการทำประโยชน์เพื่อสังคมมาโดยตลอด ดังนั้นตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ดิฉันได้มาอยู่ในบทบาทนี้ ก็ทำให้มีโอกาสได้ทำอะไรให้สังคมได้อย่างกว้างขวางตั้งแต่เริ่มงานกับบริษัทนี้ค่ะ”

 ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ “กรุงไทย-แอกซ่า

“คุณสายฝน” กล่าวถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ “กรุงไทย-แอกซ่า” เป็นการพัฒนาตามความต้องการของลูกค้า แต่ความต้องการของลูกค้าไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนในประเทศเอเชียประเทศอื่นๆ มักมีความต้องการจะคล้ายๆกัน ดังนั้นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตก็จะพัฒนาออกมาใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกัน


“สินค้าประกันมักจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความกลัวและกังวลทั้ง 4 ด้านของคนคือ 1. กลัวว่าจะจากไปก่อนวัยอันสมควร กลัวจะไม่มีความแน่นอนในชีวิต จากไปแล้วคนที่อยู่ข้างหลังจะทำอย่างไร 2. กลัวความเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรง ทุพพลภาพถาวรหรือสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ 3.กลัวจน คนทุกคนเกิดมากลัวจน เพราะฉะนั้นคนที่กลัวจนจะมีนิสัยในการออมที่ดี ใช้น้อยแต่ออมเยอะ ถ้าคนที่กลัวจนมากๆ เมื่อออมในสถาบันการเงินอื่นมาเยอะแล้ว ก็จะเริ่มหันมามองธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งมีระยะเวลายาวมากขึ้น 4.กลัวว่าจะมีชีวิตอยู่ยืนยาวเกินไป กลัวว่าจะใช้ชีวิตในช่วงวัยเกษียณอย่างไร ซึ่งถ้าไม่ได้มีนิสัยการออมที่ดีมาตั้งแต่ต้น ไม่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตในช่วงวัยเกษียณไว้เลยก็จะกังวลว่าจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีงานทำแล้ว เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตจึงออกแบบมาเพื่อตอบสนองความกลัวความกังวลทั้ง 4 ด้าน”

แผนการดำเนินงานโค้งสุดท้ายของปี 54

ช่วงนี้จะเป็นช่วงติดตามความต้องการของตลาด ความต้องการของลูกค้า ที่เปลี่ยนไปอยู่เรื่อยๆ ณ ปัจจุบันความต้องการที่เห็นหลักๆคือเรื่องสุขภาพ  ดังนั้น “กรุงไทย-แอกซ่า” จึงมีกรมธรรม์เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพที่เรียกว่า “MEA Plus” ออกมาเพื่อที่จะให้ลูกค้ามีความสามารถในการจ่ายค่ารักษาพยาบาล ในกรณีที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล
“อีกหนึ่งความต้องการสำหรับช่วงนี้คือการออมระยะสั้น บริษัทของเราออกกรมธรรม์ประเภทกรุงไทยทรัพย์มั่นคง เป็นการจ่ายเบี้ยครั้งเดียว ระยะคุ้มครอง 5 ปี 10 ปี แล้วแต่ลูกค้าจะเลือกแบบไหน ผลตอบแทนตั้งแต่ 3.5 - 4% ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ลูกค้าเลือก และอีกกรมธรรม์ที่เรานำออกมาในรูปแบบแพ็คเกจคือ เกษียณอายุและสุขภาพ สำหรับคนที่ต้องการวางแผนเพื่อการเกษียณอายุ เราก็อยากที่จะให้ซื้ออนุสัญญาดูแลรักษาสุขภาพด้วย เผื่อกรณีที่จะต้องใช้เงินจะได้ไม่ไปกินเงินที่ออมไว้ ซึ่งถ้าทำตัวนี้ไว้บริษัทของเราก็จะรับผิดชอบในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลให้”

มาตราการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของ “กรุงไทย – แอกซ่า”

สำหรับเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ “คุณสายฝน” เปิดเผยว่าส่งผลกระทบในด้านยอดขายที่มีลดลง แต่ “กรุงไทย-แอกซ่า”ก็มีความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เข้าใจว่าลูกค้าได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจึงทำให้กำลังซื้อลดลง ส่วนด้านฝ่ายขายของ “กรุงไทย– แอกซ่า” ก็ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมเหมือนกันเนื่องจากฝ่ายขายของเรามีอยู่ทั่วประเทศ
“เรายังคงมุ่งมั่นในเป้าหมายเดิม เพียงแต่ตอนนี้เรามาโฟกัส เรื่องช่วยเหลือลูกค้า ตัวแทนและพนักงานที่ประสบภัยมากกว่า สำหรับลูกค้าที่โดนผลกระทบ เราให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าที่กรมธรรม์กำลังหมดอายุ สัญญาจะต้องต่อช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน เราจะขยายระยะผ่อนผันให้จาก 31วัน เป็น 91วัน (1 เดือนเป็น 3 เดือน) ลูกค้าสามารถที่จะดูแลตัวเองและครอบครัวโดยทิ้งความกังวลเรื่องการส่งเบี้ยไว้ได้ถึง 3 เดือน จากนั้นค่อยมาส่งเบี้ยตามปกติ สำหรับลูกค้าที่กรมธรรม์ขาดอายุไปแล้ว ในช่วงสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน คุณต้องการที่จะต่อกรมธรรม์ของคุณทางบริษัทก็จะไม่คิดดอกเบี้ย คุณสามารถที่จะต่อกรมธรรม์ได้ง่ายๆ เพราะเราต้องการที่จะให้กรมธรรม์ของคุณมีความคุ้มครองเร็วที่สุด เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้า และอย่างน้อยคุณสามารถที่จะกู้จากเงินกรมธรรม์ของคุณได้สูงสุดถึง 80% ดอกเบี้ยก็ไม่ได้สูงเหมือนกับการกู้ทั่วๆไป เป็นดอกเบี้ยที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของกรมธรรม์”

“คุณสายฝน” กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรุงไทย-แอกซ่า” ต้องการที่จะสนับสนุนให้ลูกค้ากู้เงินจากกรมธรรม์ของตัวลูกค้าเอง ไปช่วยแบ่งเบาเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะต้องเกิดขึ้นหลังจากประสบอุทกภัยแล้ว เอาไปซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเรือนได้ในดอกเบี้ยที่ถูกกว่าการกู้เงินทั่วๆไป “กรุงไทย-    แอกซ่า” อยากให้ลูกค้ารู้ไว้ว่ากรมธรรม์ของลูกค้ามีประโยชน์ อย่าให้ขาดอายุ
“ส่วนด้านตัวแทนปกติแล้วจะมีการฝากเงินเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อย่างเช่น Provident Fund ไว้กับบริษัท ทุกๆเดือนเขาจะต้องฝากเงินไว้กับบริษัท บริษัทก็จะสมทบให้ ตัวแทนสามารถนำเอาเงินก้อนนี้ออกไปใช้ได้ และยังมีการช่วยเหลือในเรื่องการส่งน้ำ ส่งอุปกรณ์ที่เป็น survivor kids ไปให้ตามพื้นที่ที่เขาติดต่อเข้ามา ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในช่วงสำรวจว่าที่ไหนที่ได้รับผลกระทบบ้าง เราก็จะไปดูแล  เรามีทีมงานที่เป็นพนักงานบริษัทที่ลุกขึ้นมา เรียกตัวเองว่า กรุงไทย-แอกซ่า heart in action...กรุงไทย-แอกซ่าหัวใจทำงาน ระดมทุนเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง พร้อมที่จะช่วยคนที่ต้องการให้เราช่วย ถ้าระดมทุนได้เท่าไร ทางบริษัทก็จะสมทบทุนเพิ่มให้อีกเท่าหนึ่งด้วย”

เนื่องจากเหล่าพนักงาน “กรุงไทย–แอกซ่า” มีจิตอาสาต้องการที่จะช่วยเหลือสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นตัวแทน พนักงาน ลูกค้า หรือประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ

“เราระดมทุนก้อนหนึ่งแล้วไปมอบเสื้อและซื้อของมอบให้กับสภากาชาด จำนวนเงินที่ได้มีถึง 4 หมื่นกว่าบาท ทางกรุงไทย-แอกซ่ายังสมทบเพิ่มให้อีก 43,000 บาทรวมเงินเป็นจำนวน 86,000 บาท นั่นคือเงินบริจาคก้อนแรกที่เราจัดขึ้น และตอนนี้พนักงานก็ยังคงรวมทุนกันได้ประมาณ 1 แสนบาท บริษัทก็จะสมทบให้อีก 1 แสนบาท รวมเป็น 2 แสนบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้เราจะรอดูว่าหลังน้ำท่วมใครต้องการความช่วยเหลืออย่างไร เราก็จะกระจายเงินก้อนนี้ไว้ให้ทั้งตัวแทนและพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากความช่วยเหลือที่กล่าวมาทางบริษัทยังอนุมัติให้พนักงานสามารถที่จะเบิกเงินล่วงหน้าได้ 2 เดือนคือ เดือน พฤศจิกายนและธันวาคม และมีเงินสำหรับใช้จ่ายอีกหนึ่งก้อนให้กับพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมทั้งสามารถกู้ฉุกเฉินได้ในดอกเบี้ยที่ถูกมากๆ”

สำหรับพนักงานที่ต้องทำงานในช่วงกลางคืนในช่วงที่ “กรุงไทย-แอกซ่า” ต้องปิดยอด หรือพนักงานที่อยู่ไกลมากไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ “กรุงไทย-แอกซ่า” ได้จัดหาที่พักให้อยู่ใกล้ๆกับสำนักงาน พร้อมแจก EM Ball ไฟฉาย      ถุงนอน อาหารแห้ง

“คุณสายฝน” เปิดเผยว่าพนักงานของ “กรุงไทย - แอกซ่า” ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยมีอยู่ร้อยกว่าคน เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมด 600 กว่าชีวิต พนักงานหยุดงานไปเพียง 2.9%
“เขาจะสลับกันหยุด ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งหยุดถาวร บริษัทก็ขอชื่นชมและประทับใจในสปิริต ความมีน้ำจิตน้ำใจและความมุ่งมั่นของพนักงานที่อยากจะทำงานเพื่อความสำเร็จ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอะไรดิฉันคิดว่า คนไทยทั้งประเทศมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ร่วมด้วยช่วยกัน ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่ทิ้งกัน ดิฉันไม่เคยเห็นคนไทยทิ้งกันเลยสักครั้งหนึ่ง ที่กรุงไทย-แอกซ่าก็เช่นเดียวกัน ตัวแทนฝ่ายขายของเราไม่หยุดทำงานกันเลย เราถามตัวแทนว่าเป็นอย่างไรบ้าง น้ำท่วมไหม ตัวแทนตอบกลับมาว่า ก็ไปขายในที่แห้งๆก็ได้”

ภาพรวมของธุรกิจประกันชีวิตในภาวะน้ำท่วม

“คุณสายฝน” มองภาพรวมของธุรกิจประกันชีวิตในภาวะที่ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมไว้ว่า
“เราต้องยอมรับความจริงว่ากลุ่มลูกค้าของเราได้รับผลกระทบในวงกว้าง ผลกระทบข้อแรกคือกำลังซื้อที่ลดลง เพราะเขาจะต้องดูแลเรื่องของชีวิตประจำวันก่อน ผลกระทบข้อที่ 2 คือเรื่องกำลังเงินที่จะต่ออายุกรมธรรม์ ก็อาจจะมีการแล๊ป จนทำให้อัตราความยั่งยืนของกรมธรรม์จนลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบทางลบกับลูกค้ามากกว่าบริษัทประกันชีวิต เพราะเขาจะสูญเสียทั้งเงินฝาก สูญเสียทั้งความคุ้มครองที่ควรจะได้ในภาวะแบบนี้ ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต จึงอยากที่จะสนับสนุนให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจหรือติดต่อเข้ามาสอบถามกับบริษัทประกันชีวิตที่คุณซื้อกรมธรรม์ไว้ เพื่อดูเงื่อนไขระยะเวลาผ่อนผันหรือขยายระยะเวลา แม้กระทั่งการกู้เงินกรมธรรม์ของคุณเองเพื่อไปช่วยในภาวะวิกฤตอย่างนี้ เมื่อทุกอย่างเหมือนเดิมคุณก็สามารถที่จะกลับมาได้รับความคุ้มครองเหมือนเดิมได้”

ส่วนในช่วงภาวะน้ำลด “คุณสายฝน” มองว่ามีสิ่งหนึ่งที่น่าจะส่งผลทางบวกกับธุรกิจประกันชีวิตในวันนี้ คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของคนไทยทั้งประเทศ ในวันที่น้ำท่วม ในวันที่เจอวิกฤต หลายคนอาจโทษฟ้า โทษฝนหรือโทษกันเอง

“อยากให้ทุกคนหันกลับมาถามตัวเองว่า ย้อนกลับไปเมื่อวานนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อปีที่แล้ว เมื่อ 3 ปีที่แล้ว คุณเคยปลูกต้นไม้กี่ต้น คุณเสพทรัพยากรที่สร้างความอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตของคุณ แต่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน เมื่อเทียบกับสิ่งที่คุณทำคืนกลับไปให้ธรรมชาติ อยากให้หันกลับมาการกระทำของตัวเอง ให้เข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและร่วมกันแก้ไขร่วมกัน อย่าคิดว่าครั้งนี้เกิดขึ้นแล้วมันจะไม่เกิดขึ้นอีก สิ่งที่ดิฉันคิดว่าควรจะเปลี่ยนแปลงก็คือเรื่องทัศนคติ ความเข้าใจอยากให้เคารพต่อธรรมชาติมากกว่านี้ อย่างที่เรารู้กัน คุณอยากให้ใครปฏิบัติกับคุณอย่างไร คุณก็ควรปฏิบัติกับเขาอย่างนั้น ดิฉันคิดว่าธรรมชาติเขาก็ต้องการเหมือนกัน”

ในฐานะที่“กรุงไทย-แอกซ่า” เป็นองค์กรใหญ่องค์กรหนึ่ง จึงมีการจัดตั้งโครงการ “แอกซ่า แคร์” โดยมีการทำวิจัยศึกษาเรื่องความเสี่ยงที่จะเกิดกับชีวิตมนุษย์ทุกคนบนโลก และประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับเลือกในเรื่องของการทำวิจัย
“เราได้ทำการวิจัยที่ อำเภอแม่แจ่ม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรื่องของความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติธรรมชาติ หรือความเสี่ยงในเรื่องของโลกร้าย และเราก็ให้การศึกษากลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดว่าถ้าหากมีภัยเกิดขึ้นคุณจะต้องทำอย่างไร แล้วก็สอนวิธีการป้องกันภัยไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต คิดว่าในสังคมไทยวงกว้างควรจะหันมาศึกษาเรื่องความเสี่ยงภัยที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเราให้มากขึ้น ผลวิจัยของแอกซ่าฝรั่งเศสที่ทำกับกลุ่มคนไทยประมาณ 20,000 กว่าคน บอกว่าคนไทยเป็นประเทศที่มีทัศนคติทางบวกกับ    ชีวิตมากๆ คนไทยคิดดี คิดว่าชีวิตของเราจะไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่แก่ ไม่ตาย หรือก่อนตายก็ไม่คิดว่าช่วงก่อนวัยเกษียรตัวเองจะลำบากหรือไม่ คิดว่าลูกหลานจะเลี้ยง คิดว่าเรายังมีเงินอยู่ คนไทยเป็นประเทศที่มีทัศนคติทางบวกกับการใช้ชีวิตมาก ซึ่งถือว่าดีโลกเครียดน้อยลงอัตราการฆ่าตัวตายก็น้อยลง ไม่เหมือนในญี่ปุ่น สิงคโปร์ หรือในประเทศอื่นๆ แต่ในทางลบคือ เราลืมที่จะปกป้อง คุ้มครอง ไม่มีการเตรียมความพร้อมสำหรับภัยที่จะเกิดขึ้น หรือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราควรเตรียมความพร้อมไว้ก่อนจะดีกว่าคะ”

ประกันชีวิตรูปแบบการออมที่ไร้ ความเสี่ยง

“คุณสายฝน” ขยายความเกี่ยวกับการออมในธุรกิจประกันชีวิต ว่าเป็นสิ่งที่มีอะไรมากกว่าการออมเงินแบบธรรมดา เพราะนอกจากได้สะสมเงินในระยะยาวและระยะสั้น ระยะกลาง แล้วยังได้ความคุ้มครองเพิ่มขึ้น แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล

“ฝากเงินกับธุรกิจประกันชีวิตเป็นการฝากความกังวล ความกลัวในชีวิตไว้กับบริษัทประกันชีวิต แล้วคุณจะได้ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ใช้ชีวิตด้วยความมั่นคง และรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงอนาคตของบุคคลที่คุณรัก ถ้าหากว่าไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นในชีวิต คุณก็จะได้รับเงินซึ่งถือเป็นเงินออมในระยะสั้น กลาง ยาว แล้วแต่กรมธรรม์ความคุ้มครองที่คุณซื้อ การออมกับประกันชีวิตเป็นการสร้างนิสัยการออมในระยะยาว เป็นการบังคับให้คุณฝึกทักษะในการใช้ชีวิตอย่างมั่นคง และปลอดภัยด้วยการออมทีละเล็กทีละน้อย
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 217 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2554
« ย้อนกลับ »


ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนนะคะ
ส่วนท่านใจที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถสมัครสมาชิกได้ที่นี่ค่ะ


ชมรายการย้อนหลัง
หน้าแรก  |  โลกขายตรง  |  โลกประกัน  |  เว็บบอร์ด  |  สำเร็จโพลล์  |  ข้อคิดนักขาย  |  ติดต่อเรา
Copyright © 2007-2008 by Sumret Dot Com Co.,LtdAll rights reserved. 1148/203-4 ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี ดุสิต กรุงเทพฯ 10300
จำนวนผู้เยี่ยมชมเวบไซด์ 1,886,749
Design by www.siamsbuy.com and www.unseen2travel.com