username :
password :
 
ลืมรหัสผ่านคลิ๊ก  |  สมาชิกใหม่
เว็บทั่วโลก
เว็บสำเร็จ
»  น้ำตา จะให้คุณก็แค่ความเห็นอกเห็นใจ แต่เหงื่อ จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ
»  ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองกำลังจะแพ้ทำยังไงก็ได้ให้ล้มลงอย่างสง่าที่สุด
»  ความสำเร็จของคนไม่ได้เกิดจากสวรรค์กับโชคชะตาแต่เกิดจากการฝึกฝน
»  รอยเท้าแรกบนดวงจันทร์ไม่ใช่ของมนุษย์แต่เป็นรอยเท้าแห่งจินตนาการ
»  ความจริงอาจจะถูกติเตียน...แต่ไม่เคยถูกทำให้น่าละอาย
คุณคิดว่า AEC เหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่
ไม่เหมาะสม
เหมาะสม
ดูโพลทั้งหมด >>>
ผ่าวิชั่น“อานนท์” ดัน “นอนมอเตอร์วิริยะ” ผงาด 1,000 ล้าน “อานนท์ โอภาสพิมลธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด
“ประกันภัยของประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงกำลังเริ่มเติบโต ด้วยผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ แต่ในอนาคตสินค้าประกันภัย

เบล็ดเตล็ดจะเป็นสินค้าใหม่ๆที่ออกมาให้ประชาชนได้รู้จักมากขึ้น”

              “วิริยะประกันภัย” เมื่อเอ่ยชื่อนี้ขึ้นมา...ใครๆ ก็จะคิดถึงภาพบริษัทประกันวินาศภัยยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการ “ประกันภัยรถยนต์” ออกทันที!!
               ยิ่งปัจจุบันการแข่งขันในตลาดประกันภัยยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น ชื่อของ “วิริยะประกันภัย” ก็ยิ่งมีแรงเบียดคู่แข่งในตลาดมากขึ้นด้วยฐานตลาดที่ใหญ่กว่าเจ้าอื่นๆ ในฐานะเจ้าตลาดที่คงความเป็นมืออาชีพด้านประกันภัยรถยนต์เป็นอันดับ 1 ของประเทศในปัจจุบัน
                ล่าสุดหากมองจากตัวเลขผลประกอบการของในปี 2550 มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 14,782,107,000 บาท มีส่วนแบ่งการตลาด  14.69%   และแค่ 3 เดือนแรกของปี 2551 มีส่วนแบ่งตลาดเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงของบริษัทประกันวินาศภัย ประจำเดือนมกราคม - เดือนมีนาคม ปี 2551 มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง  3,857,462,000  บาท  ทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง  14.18%  

@@ วิริยะฯ ขยายจับตลาด “นอนมอเตอร์”
             อย่างไรก็ตามหากสังเกตส่วนแบ่งตลาดเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงของการประกันภัยรถปี 2550  จาก คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  (คปภ.)  บริษัทวิริยะมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 13,857,338,000 บาท  มีส่วนแบ่งการตลาด  22.62  %  แต่ที่เป็น ประเภท “นอนมอเตอร์” เบี้ยประกันภัยอยู่ที่ 970 ล้านบาท เติบโตถึง 34%   ซึ่งถือเป็นการชิมรางตลาดประกันภัยอื่นๆของวิริยะในระดับที่น่าพอใจ
หลังจาก “วิริยะประกันภัย” หันมาจับ “นอนมอเตอร์”โดยมีมือบุ๊นที่ชำนาญด้านเกมยุทธ์ประกันภัยต่อ “คุณอานนท์ โอภาสพิมลธรรม” เข้ามารับหน้าที่แม่ทัพใหญ่คุมบังเหียนช่วยมือดียอดฝีมือ  อีกแรง “คุณประสาน  นิลมานัตต์” รองกรรมการผู้จัดการ  อีกแรง...
               หากย้อนดูเส้นทางเดินของ  “คุณอานนท์”  เขาเริ่มชีวิตการทำงานจากการเป็นวิศวกรโรงไฟฟ้ากระบี่  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  เขาก้าวกระโดดเข้าสู่วงการประกันภัยด้วยตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ  บมจ.ไทยรับประกันภัยต่อ  หลังจากนั้นได้รับการทาบทามจากคุณประสาน  มานั่งตำแหน่ง  “ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ”  บริษัท  วิริยะประกันภัย  จำกัด  เพื่อช่วยดูแลงานด้านการตลาดนอนมอเตอร์ให้กับวิริยะ  ทำให้คุณอานนท์ขุดพบปัญหาแท้จริง  ที่ทำให้ตลาดนอนมอเตอร์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ  “ความยุ่งยาก ซับซ้อนของสินค้าและการขาย”

@@@ผ่าวิสัยทัศน์นักประกันภัย “อานนท์”
               สำหรับการเข้ามาช่วยบริหารงานด้านนอนมอเตอร์ให้กับวิริยะของคุณอานนท์นั้นอาจจะไม่ค่อยเห็นภาพชัดเจนนัก  หากไม่ได้ถือโอกาสนี้เปิดวิสัยทัศน์ด้านประกันภัยของเขา  เส้นทางนักขายจึงถือโอกาสนำเสนอผ่านคอลัมน์....Biz  Recard 
               โดยคุณอานนท์ได้เปรียบเทียบภาพรวมธุรกิจประกันภัยของประเทศต่างๆใน  S.Curve ว่าการเพิ่มของเบี้ยประกันภัยจะมีลักษณะเป็นตัว  S  นอนเฉียง  45  องศา  หมายความว่า  ช่วงแรกๆประเทศที่เริ่มพัฒนาการขายประกันภัยจะมีผู้ซื้อประกันน้อยอยู่  พอถึงช่วงระยะหนึ่งยอดก็จะเริ่มพุ่งขึ้น  แต่พอถึงช่วงปลายๆก็จะเริ่มอิ่มตัว  สำหรับประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังจะเริ่มพุ่งขึ้นและสิ้นค้าที่ติดตลาดคนไทยคือ  ประกันภัยรถยนต์  แต่ประเทศไทยจะมีอัตตราการเติบโตน้อยกว่าประเทศมาเลเซีย  โดยคุณอานนท์มีความคิดเห็นว่า…
               “ประกันภัยของประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงกำลังเริ่มเติบโต  ด้วยผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์  แต่ในอนาคตสินค้าประกันภัยเบล็ดเตล็ดจะเป็นสินค้าใหม่ๆที่ออกมาให้ประชาชนได้รู้จักมากขึ้น  เช่นการประกันภัยพวก  SME ต่างๆ  ประกันภัยความรับผิดชอบ  การประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก  การประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ  การประกันภัยด้านการเงิน  เป็นต้น   ถึงแม้ปีนี้อาจจะเจอผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจบ้าง  แต่ก็ไม่ได้ทำให้การเติบโตของธุรกิจประกันภัยหยุดชะงักแต่อย่างใด  ซึ่งผมก็จะนำภาพการเจริญเติบโตนี้มาชี้แจ้งให้ตัวแทนเห็นภาพชัดเจนขึ้นด้วยครับ”

@@@ผ่ายุทธ์ศาสตร์  “อานนท์”
              เมื่อคุณอานนท์เริ่มจับทางตัวปัญหาที่ทำให้ความเจริญของ  “นอนมอเตอร์” เป็นไปอย่างเชื่องช้าจากในอดีตได้แล้ว  เขาจึงงัดยุทธ์ศาสตร์เด็ด “เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย” มารุกตลาดนอนมอเตอร์อย่างเต็มกำลัง
“ถ้าตัวแทนไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมมามากพอ  เขาก็จะไม่เข้าใจว่าสินค้าประกันภัยประเภทต่างๆคุ้มครองอะไรบ้าง เมื่อไปอธิบายให้ลูกค้าฟังก็เกิดความไม่เข้าใจ  เราจึงต้องพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่ง่ายต่อการเข้าใจของลูกค้าและตัวแทน” 
นอกจากมีสินค้าที่ชัดเจน  เพื่อสะดวกต่อตัวแทนในการนำเสนอลูกค้า  คุณอานนท์ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่มอบให้กับตัวแทนอย่างต่อเนื่อง  เช่นการฝึกอบรมตัวแทนเพื่อให้มีความรู้ในตัวสินค้าอย่างชัดเจนและถูกต้อง,พัฒนาระบบงานเพื่อให้ตัวแทนทำงานประสานกับบริษัทได้ง่ายขึ้น,มีโครงการนำระบบเครือข่ายทางคอมพิวเตอร์มาส่งข้อมูลการขอทำประกันภัยให้กับลูกค้า,พร้อมทั้งจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของวิริยะเพื่อให้ไปช่วยเหลือตัวแทนตามสาขาต่างๆได้อย่างเต็มที่
               สำหรับวิริยะ  “นอนมอเตอร์”  คือการต่อยอดตลาดจาก  “มอเตอร์”  กลุ่มลูกค้าที่มุ่งหวังก็จะเป็นกลุ่มลูกค้ากลุ่มเดิมที่มีกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของวิริยะภาคสมัครใจก็หลายแสนคัน  พรบ.ก็อีกหลายล้านคัน  การที่เรามีฐานลูกค้าเยอะแบบนี้ก็คือ  การพัฒนาศักยภาพของวิริยะทางด้าน   “นอนมอเตอร์”  แต่จะไปให้ถึงเป้าหมายได้อย่างไร  การตอบโจทย์จะอยู่ที่เรื่องการตลาด  การขาย  และการจัดการบริหารฝ่ายใน  ซึ่งตอนนี้วิริยะมีตัวแทนที่มุ่งเน้นการขายด้านนี้อยู่ถึง  200  คนและตัวแทนที่ขายทั้งประกันภัยรถยนต์และประกันภัยเบ็ดเตล็ดก็มีอีกหลายพันคน 
               “เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของเรามีอยู่ถึง 40 กว่าชนิด ถ้าเราปล่อยให้ตัวแทนเลือกขายเอง เขาคงไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตัวไหน แล้วต้องทำอย่างไรต่อไป ดังนั้นเราต้องเป็นผู้คัดเลือกว่าสินค้าตัวไหนที่น่าจะเหมาะกับกลุ่มลูกค้า ที่จะให้ตัวแทนไปทำตลาดกับลูกค้าของเรา”
              ภายใต้ยุทธศาสตร์รุกนอนมอเตอร์ของวิริยะกำลังติดเครื่องทะยานอยู่นี้  เหมือนเป็นโอกาสที่ทางด้าน  “คปภ.”  ออกกรมธรรม์สำเร็จรูป “กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัด” โดยจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยเพียง 600 บาทต่อปี  สำหรับบ้านอยู่อาศัยทั่วประเทศ ซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวจะให้ความคุ้มครองความเสียหายเฉพาะตัวอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่เกิดจากภัย 6 ภัย คือ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยจากยวดยานพาหนะ ภัยจากอากาศยาน และภัยเนื่องจากน้ำ  เพราะบังเอิญสอดคล้องกับการค้นหาวิธีการนำผลิตภัณฑ์ที่ง่ายต่อการทำงานของตัวแทนนั่นเอง
                 “วิริยะมีความคิดที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ออกมาอยู่แล้ว แต่เมื่อ คปภ.  คลอดกรมธรรม์ตัวใหม่ออกมาก็เป็นจังหวะเหมาะเจาะและสอดคล้อง  จนทำให้ตัวแทนประกันภัยรถยนต์เบนเข็มความสนใจมาทางสินค้าประกันภัยอื่นๆ  ได้ตามเป้าหมายที่อยากให้ตัวแทนมองสินค้าประกันภัยอื่นๆว่าขายง่ายขึ้น”คุณอานนท์กล่าว

@@@เป้าหมายรุกตลาดทะลุ  1,000  ล้าน

             ทางวิริยะจึงมุ่งสร้างตัวแทนที่มีความชำนาญ  ออกไปนำล่องปลุกกระแสตลาดด้วยกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัดก่อน  จากนั้น  “คุณอานนท์”  มีความเห็นว่า  ต่อไปตัวแทนจะเบนเข็มไปศึกษากรมธรรม์ตัวอื่นๆเอง  เพราะตัวแทนต้องมีจิตวิญญาณการแสวงหาสิ่งที่ดีต่อๆไปให้กับลูกค้าของเขาเอง  เมื่อสินค้าแรกซึ่งเป็นสินค้าประกันภัยที่อยู่อาศัยสามารถครองใจลูกค้าได้แล้วก็จะผลักดันให้ตัวแทนเริ่มหันไปศึกษาสินค้าประกันภัยตัวอื่นๆ
จากกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัด  ผลิตภัณฑ์ต่อยอดต่อไป   “คุณอานนท์” มองถึงความเหมาะสมกับตัวลูกค้าเป็นสำคัญ กลุ่มลูกค้าหลักของวิริยะก็คือกลุ่มประกันภัยรถยนต์ ซึ่งเป็นประชาชนทั่วไป ผลิตภัณฑ์ต่อไปก็จะเป็นพวก “อุบัติเหตุส่วนบุคคล”และ  “สุขภาพ”  ตัวผลิตภัณฑ์จะเป็นตัวเดิม  เพียงแต่วิธีการคิด  วิธีการทำงานต้องเปลี่ยนไป  
               “ถึงแม้วิริยะจะมีฐานตลาดที่ได้เปรียบกว่าที่อื่นๆก็ตาม แต่เราก็ต้องใช้ความใกล้ชิดที่เป็นจุดเด่นตรงนี้ คอยส่งข่าวสารของเราไปอย่างต่อเนื่อง บางครั้งลูกค้าก็ได้รับข่าวสารจากที่อื่นมาด้วยเช่นกัน ดังนั้นกระบวนการสื่อสารจึงต้องชัดเจน  วิริยะไม่ได้ใช้สื่อทางการโฆษณานำ  ดังนั้นจึงต้องอาศัยตัวแทนซึ่งเป็นหลักของวิริยะ  ให้เป็นผู้ถึงนอกจากส่งข่าวสารเราก็ต้องใช้ช่องทางตัวแทน และต้องมีการพัฒนาการทำงานกับตัวแทนให้ดีมากขึ้น  สิ่งหนึ่งที่เราทำอยู่ก็คือการฝึกอบรให้กับตัวแทนและเจ้าหน้าที่  เนื่องจากเมื่อก่อนเจ้าหน้าที่ของวิริยะจะเรียนรู้เรื่องรถยนต์เสียเป็นส่วนมาก  แต่ตอนนี้เขาต้องเก่งเรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีกด้านหนึ่ง  ปีที่แล้วเขาก็ทำการฝึกอบรมตั้งแต่ผู้จัดการสาขาลงไปจำนวนหลายร้อยคนอยู่เหมือนกัน”
               จาก  2  ปีกว่าที่เข้ามาร่วมงานกับวิริยะ  “คุณอานนท์” ได้ทุ่มเทความรู้ความสามารถที่มีและร่วมมือกับทีมงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งสามารถเข้าถึงความต้องการของตลาดและตัวแทน มีผลงานออกมาสู่สายตาบรรดาคู่แข่งด้วยอัตตราการเติบโตปีที่แล้ว 34% ก็น่าจะเป็นบทพิสูจน์หนึ่งของฝีมือ “คุณอานนท์” ถึงขนาดทำให้เจ้าตัวมีความมั่นใจและทิ้งท้ายด้วยการคาดการณ์เป้าหมายในสิ้นปีนี้น่าจะแตะ 1,000 ล้านได้อย่างแน่นอน...

อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 6 ฉบับที่ 137 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2551
« ย้อนกลับ »


ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนนะคะ
ส่วนท่านใจที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถสมัครสมาชิกได้ที่นี่ค่ะ


ชมรายการย้อนหลัง
หน้าแรก  |  โลกขายตรง  |  โลกประกัน  |  เว็บบอร์ด  |  สำเร็จโพลล์  |  ข้อคิดนักขาย  |  ติดต่อเรา
Copyright © 2007-2008 by Sumret Dot Com Co.,LtdAll rights reserved. 1148/203-4 ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี ดุสิต กรุงเทพฯ 10300
จำนวนผู้เยี่ยมชมเวบไซด์ 1,930,334
Design by www.siamsbuy.com and www.unseen2travel.com