|

แม้ตุลาคม 2551 เมื่อไม่นานนี้ เอไอเอกรุ๊ป จะเผชิญกับมรสุมร้ายเกิดวิกฤตการณ์ความน่าเชื่อถือจนสร้างแรงสั่นสะเทือนถึงความมั่นคงองค์กรไปทั่วโลกระยะเวลาหนึ่ง แต่ในเวลาอันสั้นและรวดเร็ว เอไอเอกรุ๊ป ก็จัดการตัวเองให้กลับมามีความน่าเชื่อถือบนฐานที่ แข็งแกร่ง ของภูมิภาค เอเชีย ได้อย่างน่าอัศจรรย์!!
สำหรับประเทศไทย เอไอเอไทย ถือเป็นเสมือน เพชร เม็ดงามของ เอไอเอกรุ๊ป ก็ว่าได้! ด้วยเพราะการดำเนินธุรกิจประกันภัยได้รับความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องยาวนานจนองค์กรมีอายุอานามทะลุผ่านกาลเวลามาร่วม 70 ปี
มีตัวเลขสินทรัพย์อย่างเป็นทางการล่าสุดเมื่อสิ้นไตรมาสที่ 3 ของปี 2552 ที่ผ่านมาปรากฎเพิ่มขึ้นจากปีก่อนรวมเป็น 434,142 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 3 ของปีแล้วอยู่ที่ 388,562 ล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนล่าสุดก็สูงขึ้นเป็น 77,478 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วอยู่ที่ 62,809 ล้านบาท
โดยเฉพาะ ตัวแทน ผู้ทำหน้าที่หลักในการขยายธุรกิจประกันฯทั้งระบบให้เอไอเอในประเทศไทยปัจจุบันมีมากกว่า 80,000 คน จากทั้งหมดทั่วภูมิภาคเอเชีย 15 ประเทศกว่า 250,000 คน และมากกว่านั้น ลูกค้า ที่ยังคงให้ความไว้วางใจและถือครองกรมธรรม์เอไอเอในประเทศมีมากกว่า 5 ล้านฉบับ จากจำนวนกรมธรรม์ทั้งหมดทั่วภูมิภาคกว่า 20 ล้านฉบับ!
ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็น ความแข็งแกร่ง อย่างแท้จริงของ เอไอเอไทย ที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานจนถึงวันนี้ ที่อาจกล่าวได้เต็มปากว่าเป็นนอกจากจะเป็น ยักษ์ใหญ่ เบอร์ 1 ในธุรกิจประกันชีวิตไทยแล้วยังเป็น พี่เบิ้ม เบอร์ 1 ของเครือเอไอเอทั้งกรุ๊ปอีกด้วย
ถึงตรงนี้!! ก็คงไม่เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจอะไรกับการที่ เอไอเอกรุ๊ป จะเรียกคืนความน่าเชื่อถือทั้งองคาพยพกลับคืนมาได้ในเวลาอันสั้นไม่ถึง 1 ปีเต็มเช่นนี้ เพราะแค่โฟกัส เอไอเอไทย ซึ่งมีศักยภาพทำตลาดได้ถึง 1 ใน 4 ของทั้งภูมิภาคที่นับออสเตรเลียกับนิวซแลนด์แล้วรวมเป็น 15 ประเทศ ก็พอจะได้รับคำเฉลยไปกลายๆ จากผลงานและการเติบโตที่ต้องบอกว่า ไม่เคยหยุด แม้สถานการณ์บางช่วงจะไม่เอื้อให้เกิดเติบโตก็ตามเหมือนช่วงปลายปี 2551 ถึงกลางปี 2552 ที่ผ่านมา
จากอดีตถึงปัจจุบัน...และเหตุการณ์สำคัญที่ เอไอเอไทย ได้ผ่าทะลุมาอย่างหวาดเสียว...และกำลังย่างสู่อาณาจักรใหม่พร้อมๆ กับ เอไอเอกรุ๊ป ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมบนเส้นทางแห่งการเป็น บริษัทมหาชน ระดับภูมิภาคเอเชียนั้นนับเป็น ประสบการณ์ธุรกิจ ที่ผู้บริหารหลากหลายใคร่สนใจติดตามเรียนรู้ศึกษากรณีเคสนี้อย่างลึกซึ้ง
เมื่อกาลเวลาผ่านไปและเป็นช่วงที่เหมาะสม เส้นทางนักขาย ก็ได้รับโอกาสพิเศษจาก สุทธิ รจิตรังสรรค์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหาร บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ หรือ เอไอเอไทย เปิดเผยเรื่องราว บางอย่าง ผ่านการทำหน้าที่อย่างหลากหลายและสำคัญของตัวเขาเอง
อีกมุมหนึ่ง! หากติดตามอ่านด้วยความพินิจพิเคราะห์แล้วอาจจะล่วงรู้ได้ด้วยว่าแท้จริงแล้วงาน แม่บ้าน ที่อยู่ภายใต้การทำหน้าที่หลากหลายของ คุณสุทธิ นั้นก็คือ ขบวนการ หนึ่งที่ทำให้เกิดการ ขับเคลื่อน มาได้อย่างทรงประสิทธิภาพจากอดีตจนถึงปัจจุบันของเอไอเอนั่นเอง
เพราะงานแรกที่ คุณสุทธิ เข้ามายุ่งเกี่ยวในฐานะ พนักงานเอไอเอ คนหนึ่งเมื่อครั้ง 36 ปีก่อนนั้น เป็นงานที่ต้องบอกว่า ความสำคัญในวันนั้นอาจจะน้อยแต่ในวันนี้นับเป็น หัวใจ สำคัญในการดำเนินธุรกิจของเอไอเอที่เต็มไปด้วยศักยภาพจนทำให้องค์กรมี ฐาน ความแข็งแกร่งที่เป็นเสมือน แกนกลาง ทั้งองคาพยพทีเดียว
นั่นคืองานเกี่ยวกับด้าน วางระบบไอที ซึ่งอดีต 30-40 ปีก่อน คำว่า ไอที คนสามัญธรรมดาทั่วไปอย่างเราๆ ก็คงไม่มีใครรู้จักมักคุ้นกัน แต่สำหรับ คุณสุทธิ แล้วเขาคือ มือคุมปฏิบัติการ ที่นำเอาประสบการณ์ด้านไอทีจากที่ทำงานเดิม เนคเทค (ศูนย์เทคโนโลยีอิเลิกทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ:ประเทศไทย) มาพัฒนาปรับปรุงให้เอไอเอกลายเป็น ออฟฟิศไอที ที่ทำให้องค์กรใหญ่แต่มีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำงานรองรับการเติบโตสมบูรณ์แบบมาแต่ไก่โห่
ผมเริ่มทำงานเอไอเอตั้งแต่ ปี 2516 มาในหน้าที่ แมนเนจเมนท์ หน้าที่หลักดูแลด้านไอที ด้วยประสบการณ์ที่เคยทำงานจากศูนย์คอมพิวเตอร์มาก่อนก็เลยเป็นคนวางรากฐานระบบไอทีปรับการทำงานจากแมนนวลมาเป็นคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่บริษัทไม่มีคอมฯต้องไปขอซื้อเวลาจากศูนย์คอมพิวเตอร์ ก่อนขยับมาใช้ระบบที่สำนักงานใหญ่ใช้กันและประยุกต์ใช้เป็นเครือข่ายเอไอเอไทย
ก็อย่างที่รับรู้กันว่า ระบบไอที กับออฟฟิศการทำงานของธุรกิจในประเทศไทย ในอดีตไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่คนในองค์กรในฐานะผู้ใช้งานจะเข้าถึงกัน รวมถึงการพัมนาซอฟแวร์เพื่อรองรับระบบธุรกิจประกันชีวิตโดยตรงนั้นยังมีให้เลือกไม่มากนัก ดังนั้น คุณสุทธิ จึงนับเป็น บุคลากรหลัก ด้านไอทีของเอไอเอกระทั่งมีการพัฒนาไอทีจนสามารถรองรับการ ออกแบบกรมธรรม์ใหม่ ได้เมื่อปี 2543
หลังจากนั้นผมก็ปรับตัวเองเข้ามาทำงานในด้านไลฟ์โอเปอเรชั่น ทำทางด้านการดำเนินการประกันชีวิต และทำงานด้านไลฟ์โอเปอเรชั่นมายาวนานพอสมควร และเมื่อทุกอย่างเข้าที่ช่วงหลังก็มาทำงานทางด้านบริหาร ย้อนไปก็เป็นเวลาที่เริ่มเข้ามาทำงานด้านนี้เกือบ 20 ปีแล้วหล่ะ
สำหรับการเข้ามารับหน้าที่งานด้านบริหารของ คุณสุทธิ นั้นแม้เขาจะยอมรับว่าเป็นงานบริหารทั่วไปที่ไม่เฉพาะเจาะจงหน้าที่เหมือนในอดีต แต่ลึกไปกว่านั้นหลายคนก็คงจะคุ้นเคยหน้าตาของ คุณสุทธิ ในฐานะตัวแทนของบริษัทเอไอเอที่ไปร่วมกิจกรรมทางสังคมอย่างหลากหลายมาตลอด และแทบจะกล่าวได้ว่า เขาเป็นคนสำคัญคนหนึ่งในการ สื่อสาร แบรนด์เอไอเอและสาระประโยชน์องค์กรไปยัง สื่อมวลชน และ สาธารณชน ทั่วประเทศเสมอ
อย่างล่าสุด เอไอเอกรุ๊ป ได้มีการปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่ห่างจากเหตุการณ์วิกฤตศรัทธาเมื่อปลายปี 2551 มากนัก คุณสุทธิ ก็อธิบายให้เห็นถึงภาพและเข้าใจถึง หลักการ แบบง่ายๆ ว่า จริงๆ เอไอเอได้ปรับเปลี่ยนโลโก้มาหลายครั้งนั้นตั้งแต่มีการดำเนินธุรกิจมากว่า 70 ปี ซึ่งไม่ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ แต่ทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลงกลับตอกย้ำให้เห็นความชัดเจนในความแข็งแกร่งขององค์กรมากกว่า
ที่สำคัญการเปลี่ยนแต่ละครั้ง ยังคงสัญลักษณ์ที่ยืนยันเหมือนเดิมอยู่คือ รูปภาพภูเขา ซึ่งมีความหมายถึงการอยู่มาอย่างยาวนานและมีความมั่นคงดุจขุนเขา ซึ่งตรงนี้ไม่ว่าของใหม่หรือของเก่าภูเขาก็ยังอยู่ในทุกโลโก้ที่เราเปลี่ยนแปลง
คุณสุทธิ ได้ย้ำอีกว่า หากคนที่คุ้นเคยโลโก้เก่าก็อาจจะมองว่า รอบวงกลมอาจดูไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่ ของใหม่นี้จะเห็นชัดกว่า และนอกจากบริษัทจะเน้น ความเป็นเอไอเอ ด้วยการเน้นในเรื่องภูเขาซึ่งหมายถึงความมั่นคงแล้ว บริษัทยังเน้นในเรื่องของความสดใสที่จะเห็นว่า รูปวงกลมอ่อนไหว ไม่ทื่อๆ เหมือนเดิม และหากเปรียบไปแล้ว คุณสุทธิ มองว่าก็เหมือนมองเห็น วิสัยทัศน์ ที่มีความก้าวไกลของบริษัทในการสื่อสารเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจกับทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทต่อไปในอนาคตนั่นเอง
แต่อย่างไรก็ตามแม้ เอไอเอ จะปรับเปลี่ยนกี่ครั้งกี่หน ลูกค้าคนไทย ก็แทบจะไม่รู้สึกว่าจะมีผลกระทบอะไรกับความเชื่อถือใน แบรนด์เอไอเอ ยกเว้นเหตุการณ์ด้านการเงินที่เคยเกิดครั้งเดียวที่ผ่านมามาเท่านั้น ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ดูเหมือนจะกลับมาเป็น ตัววัด สำคัญ!...ที่ทำให้ คนเอไอเอ รับรู้ว่าความน่าเชื่อถือในเอไอเอที่แท้จริงนั้น...คืออะไร?
โดยเฉพาะประเทศไทยนั่นก็คือ ความจริงใจ และ ความโปร่งใส ที่คนเอไอเอในนาม ตัวแทนเอไอเอ ทั้ง 80,000 กว่าคน แลพพนักงานประจำออฟฟิศอีกราว 1,800 คน ช่วยกันลงพื้นที่และอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจอย่างละเอียดตลอดจนถึงการเปิดเผยข้อมูลธุรกิจต่างๆ ต่อการเดินแยกตัวเป็นอิสระจากอดีตบริษัทแม่เช่นเอไอจี ควบคู่ไปกับการยึดหลักดำเนินธุรกิจที่พิทักษ์ผลประโยชน์สุดสุดไว้เพื่อ บริษัท ผู้ถือกรมธรรม์ และพนักงาน
นอกจากนี้ คุณสุทธิ ยังได้กล่าวถึงการเข้าถึงประชาชนผ่านแบรนด์เอไอเออีกว่า ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะรูปแบบการ ขายกรมธรรม์ เท่านั้น แม้แต่ประชาชนคนในชุมชนต่างๆ ก็รับรู้และเห็นแบรนด์เอไอเอได้โดยไม่รู้ตัวผ่านงานสังคมที่เขาทุ่มเทให้ความสำคัญมาตลอดร่วม 30 ปี ในการมอบอุปกรณ์เครื่องสาธารณูปโภคต่างๆ ที่เอไอเอได้จัดเป็น สาธารณกุศล ให้สาธารณชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
อย่างเช่น แทงค์น้ำ ห้องสมุด รวมไปถึงบริการสาธารณสุขช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสปากแหว่งเพดานโหว่ให้ได้รับการผ่าตัดและกลายเป็นคนมีรอยยิ้มได้ตลอดกาล รวมไปถึงการช่วยเหลือเติมฝันให้คนพิการขาดขาได้มี ขาเทียม ช่วยให้เดินเหินได้สะดวกเหมือนคนปกตินั่นเองแม้กระทั่งการช่วยเหลือทุนการศึกษาให้กับเด็กยากจนเรียนดีเป็นต้น
ก็อย่างทราบกันว่าธุรกิจจะต้องเดินหน้าไปด้วยความมั่นคงแข็งแกร่ง แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เราจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เราจะต้องเข้าไปมีบทบาทและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการเกื้อกุลสังคมนอกเหนือจากการทำธุรกิจของเราไปด้วย สิ่งที่เราทำหลักใหญ่และเดินหน้าทำอยู่ตอนนี้มี 3 ตัว คือ การศึกษา เรื่องสุขภาพ และด้านสังคม
ผลที่ตามมาโดยไม่คาดหมายก็คือ การยอมรับ เอาคำว่า เอไอเอ ของประชาชนเข้าอยู่ในความรับรู้สึกได้อย่างสนิทใจ และเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความน่าเชื่อถือเอไอเอคืนกลับมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว และมากกว่านั้นคนในสังคมไทยก็ได้รับการตอกย้ำความน่าเชื่อถือของเอไอเอผ่านการชนะโหวตรับเลือกให้เป็น Thailands Most Admired Brand หรือตราสินค้าที่ประชาชน เชื่อถือมากที่สุดในหมวดธุรกิจประกันชีวิต จากการสำรวจของนิตยสารแบรนด์เอจ ติดต่อกันเป็นปีที่ 7 แล้วยังได้รับรางวัล Readers Digest Trusted Brand ของธุรกิจประกันชีวิต ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ซ้อนอีก ซึ่ง คุณสุทธิ ย้ำด้วยความภูมิใจว่า
ซึ่งอัตตราที่เราได้รับการโหวตจากการสำรวจนั้น เราได้รับการยืนยันว่า สิ่งสำคัญคือ ภาพลักษณ์แบรนด์ของเราเป็นที่น่าเชื่อถือในธุรกิจประกันชีวิต มีความมั่นคง มีตัวแทนที่ให้บริการที่ดี และก็เวลาที่มีการเปรียบเทียบจากการจ่ายค่าเบี้ยประกันไปแล้ว ผลตอบแทนที่ได้จากการคุ้มครอง หรือผลประโยชน์ตอบแทนก็ดีคุ้มค่า ซึ่งทั้ง 5 รายการ ตรงนี้ที่เขาทำการสำรวจเราอยู่ในระดับท็อปหมด เพราะฉะนั้นเราก็เลยได้รับการยกย่อง
ถึงตรงนี้อาจกล่าวได้เต็มปากว่า ปฏิบัติการ ต่างๆ ภายใต้พันธกิจของ สุทธิ รจิตรังสรรค์ ที่ล้วนเป็น งานแม่บ้าน แต่ที่จริงก็คือ ผู้ อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเอไอเอทั้งมวลคนสำคัญคนหนึ่งนั้นเอง!! |